วัตถุอาถรรพ์แบบกะลาตาเดียวที่มีมาในอดีตกาล

ในอดีตนับได้ว่ากะลาตาเดียวเป็น วัตถุอาถรรพ์ ที่มีฤทธิ์ จึงได้นำกะลามะพร้าวตาเดียวมาทำการแกะเจาะรู เพื่อเป็นการติดตัวไปกับการสัญจร เป็นการป้องกันภัยต่าง ๆ ให้กับตัวเองได้ ส่วนกะลาชาวบ้านมักนำมากราบไหว้บูชาและมีการอธิษฐานขอในสิ่งต่าง ๆ ให้กับครอบครัวได้ แต่ต่อมาในสมัยช่วงสุโขทัย ชาวบ้านได้มีการนำกะลาตาเดียว มาทำเป็นสร้อยคอ หรือสร้อยคอมือ ติดตัว ก็เพราะว่าเชื่อกันว่าเป็นเรื่องรางของขลังที่จะสามารถป้องกันรักษาปีศาจได้ร้ายได้

 

ถือได้ว่า วัตถุอาถรรพ์ อย่างกะลามะพร้าวในสมัยนี้ก็ยังมีผู้สนใจ และเอามาทำเป็นเครื่องรางของขลัง และใช้ตักข้าวสาร ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นเหตุให้ข้าวที่รับประทนจะไม่อดไม่ยากตลอดชีวิต แต่ถ้าเป็นข้าราชการที่ทำงานในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็มักจะนำกะลาตาเดียวมาแขวนติดตัวก่อนไปทำงานด้วย เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพราะฉะนั้นในอดีตสมัยถือได้ว่ากะลาตาเดียว หรือกะลามะพร้าวตาเดียวเป็นวัตถุอาถรรพ์ โดยที่ไม่ต้องปลุกเสกแต่อย่างไร สมัยก่อน ๆ ก็ได้มีใช้กะลาตาเดียว แต่พอมาในสมัยนี้ บางคนคงจะรู้จัก แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากะลาตาเดียวนั้น มีรูปร่างแบบใด เนื่องจากในยุคสมัยนี้ มะพร้าวกะลาตาเดียวหายากมาก ถ้าใครที่พบเจอต่างก็นำมาเก็บไว้บ้าน เพื่อเป็นการสะสมไปในตัว

 

เพราะฉะนั้นวัตถุอาถรรพ์อย่างกะลาตาเดียว จึงกลายเป็นวัตถุ ที่ทุกคนมักจะตามหา เนื่องจากหายาก และในสมัยนี้ไม่ค่อยพบเจอ เพราะฉะนั้นเมื่อเจอคราใดก็ต้องเก็บไว้กันเลยก็ว่าได้